bg

ประวัติความเป็นมา

icon
พ.ศ. 2535
แต่เดิมนั้นการบริหารจัดการกิจการพลังงานอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยกำหนดให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. เป็นผู้กำหนดนโยบาย และกำกับดูแลกิจการพลังงานด้วย ซึ่งทำให้ การตรวจสอบการทำงาน รวมทั้งการคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการพลังงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
icon
พ.ศ. 2550
จึงได้มีการตราพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 (พระราชบัญญัติฯ) ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2550 เพื่อปรับโครงสร้างการบริหารกิจการพลังงานโดยแยกงานนโยบาย งานกำกับดูแล และการประกอบกิจการพลังงาน ออกจากกันอย่างชัดเจน เปิดโอกาสให้ภาคเอกชน ชุมชน และประชาชน มีส่วนร่วมและมีบทบาทมากขึ้น และเพื่อให้ การประกอบกิจการพลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความมั่นคง มีปริมาณเพียงพอและทั่วถึง ในราคาที่เป็นธรรม และมีคุณภาพได้มาตรฐานตอบสนองต่อความต้องการและการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
icon
พ.ศ. 2551
ภายใต้ พระราชบัญญัติฯ นี้ กำหนดให้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกอบด้วย ประธานกรรมการคนหนึ่ง และกรรมการอื่นอีกหกคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแล การประกอบกิจการพลังงาน อันหมายถึงกิจการไฟฟ้า กิจการก๊าซธรรมชาติ และกิจการระบบโครงข่ายพลังงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติฯ ภายใต้กรอบนโยบายของรัฐ โดยมีสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ซึ่งจัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติฯ มีสถานะเป็นหน่วยงานของรัฐ ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของ กกพ. ทั้งนี้ กกพ. ชุดแรกได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2551

หลังจากมีการแต่งตั้ง กกพ. แล้ว กพช. จึงทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดนโยบายในการบริหารจัดการกิจการพลังงาน ในขณะที่ กกพ. ทำหน้าที่กำกับกิจการพลังงานให้เป็นไปตามแนวนโยบายที่กำหนด โดย กกพ. มีอำนาจออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเพื่อการกำกับกิจการพลังงานในเรื่องต่างๆ ตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การอนุญาตการประกอบกิจการพลังงานการกำกับดูแลอัตราค่าบริการ การกำหนดมาตรฐานการให้บริการพลังงาน และมาตรฐานความปลอดภัยในการประกอบกิจการพลังงาน การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้พลังงาน รวมทั้งการให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประกอบการ ให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม การใช้อสังหาริมทรัพย์เพื่อประโยชน์ในการสำรวจหรือ เพื่อหาสถานที่ตั้ง ระบบโครงข่ายพลังงานการใช้อสังหาริมทรัพย์ เพื่อประโยชน์ในการสำรวจหรือเพื่อหาสถานที่ตั้ง ระบบโครงข่ายพลังงาน และการพิจารณาข้อพิพาท อันเนื่องมาจากการประกอบกิจการพลังงานในการดำเนินงาน กกพ. จะให้ความสำคัญและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ใช้พลังงาน ประชาชน และผู้ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการพลังงาน ในการบริหารจัดการและการพัฒนาด้านพลังงานของประเทศ ทั้งนี้ก่อนการออกระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศใด ๆ ของ กกพ. ที่จะมีผลกระทบต่อบุคคล กลุ่มบุคคล หรือผู้รับใบอนุญาต จะต้องมีการดำเนินการด้านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นด้วย นอกจากนี้ กกพ. ยังมีภารกิจในการส่งเสริมพลังงาน หมุนเวียน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสนับสนุนและดำเนินงานตามภารกิจเร่งด่วนตามกรอบนโยบายของรัฐ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
คัดลอกสำเร็จ