บทความด้านพลังงาน

รูปแบบการให้บริการด้านพลังงานในอนาคต (Energy-as-a-Service)

บทความด้านพลังงาน
26 กุมภาพันธ์ 2569 , 12:00
210
0
0

ปัจจุบันพลังงานมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันมากขึ้น อุปกรณ์และเครื่องใช้หลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นตามบ้านพักอาศัย หรือโรงงานอุตสาหกรรม ล้วนขับเคลื่อนด้วย พลังงานทั้งสิ้น เนื่องจากเทรนด์ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) ในระดับประเทศ ส่งผลให้ภาคส่วนต่างๆ จำเป็นต้องคำนึงถึงความสะอาดของพลังงานที่ใช้ โดยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานหมุนเวียนให้มากที่สุด เพื่อจำกัดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นในช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรม และภาคขนส่ง จะเปลี่ยนจากการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นส่วนใหญ่ กลายเป็นการใช้พลังงานไฟฟ้า มากขึ้นในทุกภาคส่วน (Electrification in all sectors)

องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับ Energy-as-a-Service (EaaS)

รูปที่ 1 องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับ Energy-as-a-Service (EaaS)

ที่มา Deloitte

บริษัท Deloitte ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ ได้เผยแพร่บทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับการให้บริการด้านพลังงานในอนาคต (Energy-as-a-Service) ซึ่งกล่าวถึง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของระบบพลังงานในช่วง 10 ปีข้างหน้า ซึ่งจะมากกว่าที่เคยเกิดขึ้นในรอบ 100 ปีที่ผ่านมา ระบบโครงข่ายพลังงานจะฉลาดขึ้นโดยการขับเคลื่อนด้วย ระบบดิจิทัลและการสื่อสารทั้งในระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น

แนวโน้มสำคัญที่จะเกิดขึ้น ได้แก่

  • การกระจายการผลิตไฟฟ้าและไมโครเจเนอเรชัน
  • การใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะ
  • การเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน
  • การติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่
  • การเปิดรับผู้เล่นรายใหม่ในตลาด
  • การใช้ข้อมูลขนาดใหญ่และการมองเห็นแบบเรียลไทม์
  • การพัฒนาตลาดพลังงานท้องถิ่น

Energy-as-a-Service (EaaS) เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดพลังงาน เป็นโมเดลธุรกิจที่รวมฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการเข้าด้วยกัน เพื่อจัดการ ทั้งด้านอุปสงค์และอุปทานพลังงาน รวมถึงการใช้พลังงานหมุนเวียนแบบกระจายศูนย์มากขึ้นและการจัดสมดุลพลังงาน การปรับปรุงด้านประสิทธิภาพ จุดเด่นคือการทำให้บริการ ที่ซับซ้อนกลายเป็นแพ็กเกจที่ง่ายต่อผู้บริโภค ซึ่งอาศัยการขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูลขนาดใหญ่และเทคโนโลยีดิจิทัล เช่นเดียวกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น eBay ในธุรกิจค้าปลีก หรือ Grab ในธุรกิจบริการขนส่ง หรือ Airbnb ในธุรกิจการให้บริการที่พักอาศัย เป็นต้น

ตัวอย่างผู้เล่นในธุรกิจ Energy-as-a-Service

รูปที่ 2 ตัวอย่างผู้เล่นในธุรกิจ Energy-as-a-Service

ที่มา Deloitte

ตัวอย่างการให้บริการ Energy-as-a-Service และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

รูปที่ 3 ตัวอย่างการให้บริการ Energy-as-a-Service และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

ที่มา Deloitte

EaaS จะก่อให้เกิดผู้เล่นรายใหม่จำนวนมากในภาคพลังงาน ทั้งผู้ให้บริการด้านแหล่งพลังงาน โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าและระบบสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการไฟฟ้าซึ่งเป็น ผู้เล่นดั้งเดิม บริษัทด้านเทคโนโลยีใหม่ บริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติซึ่งก็มีความสนใจที่จะเข้าร่วมในช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ผู้ให้บริการด้านพลังงานหมุนเวียนทั้งขนาดเล็กและ ขนาดใหญ่ รวมถึงธุรกิจสตาร์ทอัพใหม่ๆ ซึ่งผู้เล่นในตลาดที่จะเกิดขึ้นเหล่านี้ต้องปรับตัวอย่างมากเพื่อแข่งขันในการให้บริการแก่ลูกค้าในยุคใหม่ที่พลังงานถูกมองว่าเป็น "บริการ" มากกว่าสินค้า และจะเกิดการเชื่อมโยงข้ามภาคส่วน เช่น การให้บริการจ่ายพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ภายในยานยนต์ไฟฟ้ากลับคืนสู่ระบบโครงข่ายในรูปแบบ Vehicle-to-Grid (V2G) ซึ่งเป็นการบูรณาการเชื่อมโยงระหว่างทั้งภาคพลังงานและภาคขนส่ง ทำให้รถ EV ซึ่งแต่เดิมถูกมองว่าเป็นโหลดเพื่อใช้ในการขับขี่เท่านั้น เปลี่ยนเป็นแหล่งกักเก็บพลังงาน ที่มีความยืดหยุ่น สามารถนำมาช่วยในการบริหารจัดการด้านเสถียรภาพสำหรับระบบจำหน่ายไฟฟ้า ด้วยฟังค์ชั่นควบคุมการไหลของไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในรถ EV แบบสองทิศทาง (Bidirectional Charging System) ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้รถ EV สามารถเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์ได้ ปัจจุบันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ภายใต้โครงการ ERC Sandbox อยู่ระหว่างทดสอบโครงการนำร่องรูปแบบ V2G ในระบบโครงข่ายของทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) โดยสั่งงานผ่านดิจิทัล แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นโดย กฟผ. ซึ่งผลการทดสอบจะนำไปสู่การปรับปรุงข้อกำหนดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Code) เพื่อรองรับการใช้งาน V2G ต่อไป

การไหลของไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในรถ EV แบบสองทิศทาง (Bidirectional Charging System) ในรูปแบบ V2L, V2H และ V2G

รูปที่ 4 การไหลของไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ในรถ EV แบบสองทิศทาง

(Bidirectional Charging System) ในรูปแบบ V2L, V2H และ V2G

ที่มา Smart Electric Power Alliance (SEPA)

นอกจากรูปแบบ V2G แล้ว แบตเตอรี่ในรถ EV ยังสามารถนำมาใช้จ่ายไฟฟ้าให้กับโหลดต่างๆ (Vehicle to Load: V2L) หรือจ่ายไฟฟ้าให้กับบ้านอยู่อาศัย (Vehicle to Home: V2H) ในช่วงที่ค่าไฟฟ้าแพง (On-Peak Period) ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการบริหารจัดการต้นทุนการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นในอนาคตอันใกล้จะเกิดการบูรณาการร่วมกันระหว่างฟังค์ชั่นนี้ของรถ EV คู่กับการติดตั้งแผงโซล่าร์บนหลังคา (Solar PV) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด สำหรับบ้านอยู่อาศัย

ทำไมต้อง Energy-as-a-Service

EaaS จะทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างชุมชน เกิดการซื้อขายแลกเปลี่ยนพลังงานสะอาดและข้อมูลในขณะเดียวกัน เปลี่ยนจากระบบรวมศูนย์ (Centralized) ไปสู่ระบบที่กระจายตัว (Decentralized) เชื่อมต่อ และขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล ผู้บริโภคสามารถเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงานได้ในเวลาเดียวกัน โดยมีลักษณะสำคัญ เช่นการซื้อขายพลังงานส่วนที่เหลือใช้แบบ Peer-to-Peer (P2P) ผ่านตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มดิจิทัล เกิดรูปแบบธุรกิจการสมัครสมาชิกเพื่อชาร์จไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า การแข่งขันเพื่อเสนอตัวเป็นตัวแทนรวบรวมบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน (Aggregating Service Agent) เพื่อนำมาเสนอเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ใช้ปลายทางที่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการติดต่อกับผู้ให้บริการแต่ละราย โดยแลกกับการจ่ายค่าใช้บริการในรูปแบบแพ็คเกจเป็นรายเดือน (Subscription Model) เพื่อประสานงานร่วมกับผู้ให้บริการรายย่อยต่าง ๆ

ตัวอย่างธุรกิจการเป็นตัวแทนรวบรวมการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งผลิตขนาดเล็กหลายแหล่งเข้าด้วยกัน เรียกว่า Virtual Power Plant (VPP) ซึ่งแนวโน้มในอนาคต การผลิตไฟฟ้าจะเป็นแบบกระจายศูนย์มากขึ้นและมีขนาดเล็กลง ดังนั้นเพื่อให้ครอบคลุมปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของผู้ใช้ไฟฟ้า จึงจำเป็นต้องมีการรวบรวมแหล่งผลิตขนาดเล็กเข้าด้วยกัน นอกจากนั้นผู้ผลิตไฟฟ้าที่มีการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองประเภท Prosumer ก็มีความสนใจที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจ VPP ในบางช่วงเวลา หากมีการผลิตไฟฟ้าเหลือใช้ โดย S&P Global ได้คาดการณ์ว่าในปี 2026 โมเดล VPP จะมีความพร้อมมากขึ้นในการให้บริการ เนื่องจากความก้าวหน้าด้านซอฟต์แวร์เพื่อรองรับการดำเนินการ ทั้งนี้รูปแบบธุรกิจ VPP สามารถดำเนินการได้ทั้งในรูปแบบผ่านการไฟฟ้า (กรณีโครงสร้างกิจการไฟฟ้ายังไม่มีการแข่งขัน) หรือผ่านตลาดซื้อขายไฟฟ้า (กรณีโครงสร้างกิจการไฟฟ้าเปิดให้มีการแข่งขัน) บางครั้งธุรกิจ VPP ยังครอบคลุมไปถึงการบริหารจัดการด้านพลังงาน (Demand Management) ในรูปแบบกลุ่มได้อีกด้วย

เทคโนโลยีที่สามารถเข้าร่วมในธุรกิจ Virtual Power Plant (VPP) เช่น BESS, PV, EV

รูปที่ 5 เทคโนโลยีที่สามารถเข้าร่วมในธุรกิจ Virtual Power Plant (VPP) เช่น BESS, PV, EV

ที่มา Smart Electric Power Alliance (SEPA)

วิวัฒนาการของโครงข่ายไฟฟ้าไปสู่ Energy-as-a-Service

การเปลี่ยนผ่านจากระบบรวมศูนย์เริ่มจากการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เช่น ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ส่งต่อไปถึงผู้ใช้ไฟฟ้าปลายทาง ไปสู่ระบบอัจฉริยะมากขึ้นในอนาคตที่พลังงานไฟฟ้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลังงานหมุนเวียน สามารถไหลได้สองทิศทาง และผู้ซื้อไฟฟ้าสามารถเลือกที่จะผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Prosumer) หรือซื้อจากใครก็ได้ที่พร้อมให้บริการในราคาที่พึงพอใจ โดยมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้:

Distributed Energy Resources (DERs): การลงทุนในแหล่งพลังงานกระจายตัว โดยส่วนใหญ่เป็นพลังงานหมุนเวียน เช่น แสงอาทิตย์ ลม และชีวมวล ซึ่งจะตั้งอยู่ใกล้กับผู้ใช้พลังงาน หรือแม้กระทั่งติดตั้งอยู่หลังมิเตอร์ (behind-the-meter Onsite Generation) ของผู้ใช้พลังงาน ซึ่งแหล่งพลังงานเหล่านี้สามารถเดินเครื่องหรือปรับลดการผลิตไฟฟ้าได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม แต่อย่างไรก็ตามแหล่งพลังงานเหล่านี้โดยเฉพาะโซล่าร์และลม ก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องความไม่แน่นอนในการผลิตไฟฟ้าซึ่งขึ้นกับสภาพอากาศ ส่งผลให้เกิดความท้าทายในการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดความมั่นคงและเชื่อถือได้ ดังนั้นมีแนวโน้มว่าจะมีการใช้งานแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) ควบคู่กับพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น (Co-location) ส่งผลให้กลายเป็นแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่สามารถสั่งการเดินเครื่องได้ตามต้องการ (Dispatchable Generation) รวมถึงสามารถลดจำนวนครั้งของการสั่งตัดการจ่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (RE Curtailment) กรณีเกิดความแออัดขึ้นในระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้า

แนวโน้มของการเติบโต DERs ประเภทต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกาจนถึงปี 2030

รูปที่ 6 แนวโน้มของการเติบโต DERs ประเภทต่างๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกาจนถึงปี 2030 ครอบคลุมทั้งเรื่อง EV, PV และ ESS ทั้งในระดับบ้านอยู่อาศัยและเชิงพาณิชย์

ที่มา BloombergNEF

Connected Technologies: การใช้ Internet of Things (IoT), AI, Cloud, Blockchain และ 5G เพื่อทำให้โครงข่ายไฟฟ้า "ฉลาด" รวมถึงการติดตั้งสมาร์ทมิเตอร์ อุปกรณ์เซ็นเซอร์และควบคุม เพื่อให้เกิดการตรวจวัดข้อมูลและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างกันในช่วงเวลาที่รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม ก่อให้เกิดการบูรณาการและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดแก่การควบคุมระบบไฟฟ้า
Energy Efficiency and Flexibility: การปรับปรุงอาคารและสิ่งปลูกสร้างให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัล และการตรวจวัดข้อมูลตามจุดต่างๆ โดยละเอียด นอกจากนั้นผู้ใช้ไฟฟ้าจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้า (Demand Side Management) ให้สอดคล้องกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่มีความไม่แน่นอน ดังนั้นผู้ใช้ไฟฟ้าจำเป็นต้องร่วมกับผู้ดูแลระบบโครงข่ายในการรักษาสมดุลของระบบไฟฟ้า เช่น การติดตั้งแบตเตอรี่ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการชาร์จรถ EV หรือการเลือกใช้อัตราค่าไฟฟ้าประเภท Time of Use (TOU) หรืออัตราที่มีพลวัตมากขึ้น (Dynamic Tariff) ที่สะท้อนต้นทุนการผลิตไฟฟ้าตามช่วงเวลาจริง หากผู้ใช้ไฟฟ้ามีความยืดหยุ่นมากขึ้น จะก่อให้เกิดรูปแบบธุรกิจการรวบรวมความต้องการที่มีความยืดหยุ่น (Aggregated Flexible Demand) เป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้ให้แก่ผู้เข้าร่วม
Utility-scale Storage: การใช้แบตเตอรี่และระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่เพื่อรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายทั้งด้านความถี่และแรงดันไฟฟ้า หากมีการเชื่อมโยงพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น ตัวอย่างระบบกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ เป็นได้ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Hydro) และแบตเตอรี่ ซึ่งมีแนวโน้มจะได้รับความนิยมมากขึ้นเนื่องจากราคาต้นทุนการผลิตที่ลดลง ส่งผลให้สามารถแข่งขันได้กับทางเลือกอื่นๆ เช่น โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซธรรมชาติ เพื่อทำให้การบริหารจัดการแหล่งจ่ายพลังงาน (Supply Side Management) เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

แนวโน้มของราคา BESS ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

รูปที่ 7 แนวโน้มของราคา BESS ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ที่มา BloombergNEF

Big Data & Visibility: การใช้ข้อมูลเรียลไทม์เพื่อคาดการณ์และจัดสมดุลพลังงาน การอาศัยข้อมูลสภาพอากาศเพื่อคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าจากลมและแสงอาทิตย์ (Wind and Solar Forecasting) ให้มีความแม่นยำเพื่อลดความผันผวนซึ่งจะส่งผลต่อการควบคุมเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า รวมถึงคาดการณ์พฤติกรรมการใช้พลังงานของผู้ใช้ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผู้ดูแลระบบโครงข่ายจำเป็นต้องได้ข้อมูลที่ครบถ้วน และรวดเร็วเพื่อให้สามารถมอนิเตอร์การไหลของพลังงานตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง รวมถึงเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้น เพื่อให้สามารถแก้ไขได้โดยทันที ทั้งนี้การบริหารจัดการข้อมูลมหาศาล จำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) และธรรมาภิบาลด้านข้อมูล (Data Governance) เป็นสำคัญ
Local Energy Markets: ตลาดพลังงานท้องถิ่นที่ผู้ใช้สามารถซื้อขายพลังงานได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล (Many-to-Many Markets) ซึ่งระบบพลังงานท้องถิ่นจะกลายเป็นรูปแบบ Microgrid ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากฟอสซิลจากส่วนกลาง ลดความแออัดของระบบส่งไฟฟ้า (Transmission Congestion) ส่งผลให้ลดการลงทุนในการขยายระบบโครงข่ายระบบส่ง ซึ่งแนวคิดนี้ต่างจากในอดีตที่การไฟฟ้าจำเป็นต้องลงทุนก่อสร้างโครงข่ายระบบส่งเพื่อรองรับการส่งจ่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าปลายทาง

ตัวอย่างโครงการ เช่น Brooklyn Microgrid (สหรัฐอเมริกา), Horizon Power's DER pilot (ออสเตรเลีย), Samsø Island (เดนมาร์ก) ที่ใช้เพียงพลังงานหมุนเวียนเท่านั้น และ Simris (สวีเดน) ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนจาก EU

การเปลี่ยนผ่านตลาดพลังงานจากระบบดั้งเดิมไปสู่ระบบที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น

รูปที่ 8 การเปลี่ยนผ่านตลาดพลังงานจากระบบดั้งเดิมไปสู่ระบบที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น

ที่มา Deloitte

รูปแบบธุรกิจ Energy-as-a-Service

EaaS ในภาคพลังงาน จะนำเสนอแนวคิดการให้บริการและการคิดค่าบริการตามวัตถุประสงค์ของการนำกระแสไฟฟ้าไปใช้งาน ยกตัวอย่างเช่น การให้ความร้อน การทำความเย็น การส่องสว่าง เป็นต้น โมเดลธุรกิจจะหลอมรวมทั้งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการให้บริการเข้าด้วยกันเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าวโดยที่ผู้ใช้บริการไม่ต้องลงทุนค่าอุปกรณ์ (Upfront Investment) และไม่จำเป็นต้องทำการบำรุงรักษาอุปกรณ์ด้วยตนเอง โดยผู้ให้บริการจะเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการแทนทั้งหมด ซึ่งรูปแบบธุรกิจเหล่านี้เป็นที่แพร่หลายในธุรกิจอื่นๆ ในปัจจุบัน ได้แก่

จ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน (Subscription Basis): โดยลูกค้าจ่ายค่าบริการแบบเหมารวม (All-inclusive Package) ซึ่งไม่ขึ้นกับปริมาณที่ใช้ ส่งผลให้ลูกค้าสามารถคาดการณ์ค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงจากค่าใช้บริการที่ผันแปรตามปริมาณที่ใช้ เช่น ค่าสมัครสมาชิกอินเตอร์เน็ต ค่าบริการฟิสเนส เป็นต้น ซึ่งตัวอย่างในภาคพลังงาน ได้แก่ Lighting as a service (LaaS) ซึ่งเป็นการจ่ายค่าบริการรายเดือนสำหรับการให้บริการระบบส่องสว่างแก่อาคารหรือสถานที่ต่างๆ ซึ่งครอบคลุมการบริหารจัดการด้านพลังงาน โดยไม่ต้องจ่ายค่าติดตั้ง และค่าบำรุงรักษา หรือ EV Charging Package ที่ครอบคลุมบริการการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถ EV โดยไม่จำกัดจำนวนหน่วยและสถานีที่ต้องการใช้บริการ หรือ การจ่ายค่าเช่าแบตเตอรี่เป็นรายเดือน เป็นต้น
จ่ายตามปริมาณที่ใช้ (Output or Performance Basis): โดยลูกค้าจ่ายตามบริการเท่าที่ใช้ ไม่ต้องจ่ายค่าอุปกรณ์ และค่าบำรุงรักษา ดังนั้นผู้ให้บริการรูปแบบนี้จำเป็นต้องรักษาระบบให้มีความพร้อมใช้งานตลอดเวลาที่ลูกค้าต้องการใช้บริการ รูปแบบนี้สร้างแรงจูงใจในการดำเนินการทั้งกับผู้ให้บริการและผู้รับบริการ เช่น รูปแบบการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากแผงโซล่าร์บนหลังคา (Private PPA) ที่ผู้ให้บริการคิดราคาค่าไฟฟ้าตามหน่วยที่ผลิตจากโซล่าร์ โดยผู้ใช้ไฟฟ้าไม่ต้องกังวลเรื่องการบำรุงรักษาอุปกรณ์ หรือการคิดค่าธรรมเนียมการซื้อขายไฟฟ้าผ่าน Peer-to-Peer Energy Trading Platform ซึ่งคิดค่าบริการตามปริมาณหน่วยที่ซื้อขายไฟฟ้าผ่านแพลตฟอร์ม

การทำสัญญาระหว่างผู้เกี่ยวข้องใน Energy-as-a-Service

รูปที่ 9 การทำสัญญาระหว่างผู้เกี่ยวข้องใน Energy-as-a-Service

ที่มา Deloitte

ความแตกต่างระหว่าง Energy-as-a-Service และ Energy Service Company

EaaS แตกต่างจาก ESCO (Energy Service Company) ซึ่งเป็นที่รู้จักแพร่หลายในธุรกิจการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านพลังงาน (Energy Efficiency) ซึ่งจะมีการรับประกันผลงานพลังงานที่ลดลงเพื่อนำส่วนลดที่ได้ไปเป็นรายได้ชดเชยกับต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ โดย EaaS เป็นการต่อยอดจากธุรกิจ ESCO ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ผู้ให้บริการ EaaS จะรับผิดชอบการลงทุนทั้งหมด ลูกค้าไม่ต้องถือครองสินทรัพย์ และมีความยืดหยุ่นให้สามารถปรับปรุงเทคโนโลยีและเงื่อนไขต่างๆ ได้ตลอดสัญญา รวมถึงการให้บริการ EaaS จะมีความซับซ้อนกว่า และอาศัยการเชื่อมโยงอุปกรณ์และเทคโนโลยีหลากหลายรูปแบบ

ตารางด้านล่างได้เปรียบเทียบการดำเนินการระหว่าง EaaS และ ESCO ในแต่ละมิติ เช่น ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ ความเสี่ยงของการดำเนินการ ความยืดหยุ่นของสัญญา เป็นต้น

การเปรียบเทียบการดำเนินการระหว่าง ESCO และ EaaS

รูปที่ 10 การเปรียบเทียบการดำเนินการระหว่าง ESCO และ EaaS

ที่มา Deloitte

การเปลี่ยนผ่านสู่ Energy-as-a-Service และปัจจัยขับเคลื่อน

EaaS รวมการจัดการอุปสงค์ และอุปทานด้านพลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน และการจัดสมดุลพลังงาน โดยมีบริการตั้งแต่ระดับโครงข่ายไปจนถึงบ้านและอาคาร เช่น การจัดการพลังงานและการกักเก็บพลังงาน การซื้อขายพลังงานแบบ P2P การจัดการการชำระเงินแบบไร้รอยต่อ โมเดล EaaS นี้จะสร้างโอกาสให้ผู้เล่นใหม่ เช่น บริษัทเทคโนโลยี ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และสตาร์ทอัพ เข้ามามีบทบาทในตลาดพลังงานเพิ่มขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดธุรกิจ Energy-as-a-Service ให้ประสบความสำเร็จ คือ นโยบายที่ส่งเสริมให้เกิดผู้เล่นรายใหม่ รูปแบบตลาดที่มีการแข่งขันมากขึ้น แนวทางการจ่ายเงินค่าตอบแทนที่ชัดเจน รวมถึงความพร้อมด้านเทคโนโลยี และต้นทุนการให้บริการที่สามารถแข่งขันกับบริการรูปแบบเดิม จะส่งผลให้เกิดทางเลือกในการให้บริการธุรกิจด้านพลังงานรูปแบบใหม่แก่ผู้ใช้บริการ

ฝ่ายนวัตกรรมและพัฒนาการกำกับกิจการพลังงาน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
กุมภาพันธ์ 2569

ข้อมูลแปลและเรียบเรียงจาก

[1] Energy-as-a-Service; The lights are on. Is anyone home?, Deloitte, 15 November 2019
[2] Interconnection Guidance for Residential Bidirectional EV Charging, Smart Electric Power Alliance (SEPA), September 2025
[3] Unlocking Cost-Effective Grid Flexibility in Thailand: VPPs and the New Role of Regulators, RAP and RETA webinar, 20 November 2025
[4] Horizons Top Trends 2026, S&P Global Energy

Embed
คัดลอกสำเร็จ